แม่เปิดใจหลังศาลสั่งจำคุก 33 ปี อดีตนายสิบอุ้มฆ่าเผา น้องพลอย

ศาลฎีกา, คดีอุ้มฆ่า, คดี

เปิดใจหลังศาลสั่งตัดสินจำคุก 33 ปี สิบเอก ทางด้านแม่ของน้องพลอยรู้สึกน้อยใจอยู่หลังจากได้ฟังคำตัดสินของศาล แต่ได้เพื่อใจไว้บ้างแล้วว่าผลต้องออกมาเป็นเช่นนี้ลั่นผู้ต้องหาอย่าได้มาผูนพันกันอีกด้วย จากคดีดัง

ส.อ. พลกฤต วิเศษ  หรือนายเอส แฟนเก่าของน้องพลอยได้ทำการอุ้มและฆ่านั่งเผายางน้องพลอย หลังจากศาลพิพากษาเป็นเวลาเกือบ 1 ชม.เต็ม ศาลฎีกา ตัดสินให้ยืนตามคำพิพากษาศาลอุทรณ์ จำคุก 33 ปี 11 เดือน ปรับ 1 ล้าน 5 แสนบาท หลังจากนั้นนางพัชรีได้พูดกับสื่อว่า นับตั้งแต่วันนี้ขอให้ชีวิตพบแต่สิ่งดี ๆ มีแต่ความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง และให้ดวงวิญญานของ น้องพลอย ไปสู่ภพภูมิที่ดี และอย่าได้มีอะไรผูกพันกับคนร้ายอีก ส่วนตัวแม่ขอใช้ชีวิตในส่วนของแม่ทำบุญให้น้อง การกีฏาของแม่ก็คือขอเพิ่มโทษ ก็คือศาลพิพากษายืน 33 ปี 11 เดือน พร้อมชดใช้ 1.5 ล้านบาท ถ้าถามตนว่าพอใจในการตัดสินของศาลไหม ตนรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างแต่ก็ได้ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้วว่ามันต้องออกมาเป็นเช่นนี้ เพราะในหลาย ๆ คดี ฆ่าคนไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ยังไม่ประหารเลย แต่ยังไงแม่ก็ขอยอมรับเคารพการตัดสินของศาล อีกมุมหนึ่งก็มองว่าโชคยังดีที่จับคนร้านมาลงโทษได้ ทางด้านทนาย ปิยะณัฐ เผยว่า ใน คดีอุ้มฆ่า ไม่ควรให้ลดโทษ แต่ด้วยคำพิพากษาของ ศาลฎีกา ก็น้อมรับไปตามนั้น ระหว่างเจอศพกับไม่เจอศพ ทำให้ไม่เจอศพง่ายกว่าไหม ก็เป็นเรื่องที่สังคมอาจจะตั้งข้อสงสัยได้ต่อไป ถ้าทำให้ไม่เจอศพและอำพรางศพโทษน้อยกว่าไม่ประหารชีวิตน้อยกว่าที่มาเจอศพแล้วมารับสารภาพที่หลังเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างนี้ต่อไป